ต่อ พรบ.รถยนต์ใช้อะไรบ้าง?

ต่อ พรบ.รถยนต์ใช้อะไรบ้าง?

เมื่อเราพูดถึง พรบ.รถยนต์ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เป็นการทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ที่มีกฎหมายบังคับใช้ เมื่อเราทำ พรบ.รถยนต์ แล้วก็จะถือได้ว่าเป็นการได้ทำตามกฏหมาย นอกจากนี้แล้วยังได้รับสิทธิ์คุ้มครองชีวิตทันทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากยานพาหนะ สำหรับลักษณะของ พรบ.รถยนต์ นั้นจะเป็นแผ่นป้ายรูปวงกลมหรือสี่เหลี่ยมก็ได้ มักติดไว้ในจุดที่มองเห็นชัดเจนไม่ว่าจะมุมไหนของรถยนต์ก็ตาม ซึ่งหากว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตรวจ แล้วพบว่า พรบ.รถยนต์ หมดอายุแล้วละก็ คุณจะต้องเสียค่าปรับ ด้วยเหตุนี้แล้วเราจึงจำเป็นที่จะต้อง ต่อพรบ.รถยนต์ เป็นประจำทุกปี หากว่าใครกำลังมีแพลนที่จะไปต่อ พรบ.รถยนต์ แล้วและอยากจะรู้ว่าควรเตรียมเอกสารอะไรไปบ้างนั้น วันนี้เราจึงมีคำตอบมาฝากกัน


1.สมุดรายการจดทะเบียนรถ หรือ สำเนารายการจดทะเบียนรถ

เมื่อต้องไปต่อ พรบ.รถยนต์ ต้องบอกเลยล่ะว่าสมุดรายการจดทะเบียนรถ หรือ สำเนารายการจดทะเบียนรถ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากและจะขาดไปไม่ได้เลย ไม่อย่างนั้นแล้วคุณคงจะไม่สามารถดำเนินเรื่องไปได้อย่างแน่นอน เนื่องจากว่าสมุดใบนี้จะมีข้อมูลสำคัญๆหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวรถ มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์ไว้อย่างครบถ้วน  ไม่ว่าจะเป็น  ชื่อเจ้าของรถยนต์  รายชื่อผู้ที่ครอบครองรถยนต์  เลขตัวถังของรถยนต์  เลขเครื่องของรถยนต์ เป็นต้น  เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่อย่าได้ลืมเด็ดขาดเลยเชียว

ต่อ พรบ.รถยนต์
ต่อ พรบ.รถยนต์ใช้อะไรบ้าง? ที่มาของรูป www.pixabay.com/

2.หลักฐานการทำ พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุ อย่างน้อย 3 เดือน

เชื่อว่าเอกสารในส่วนนี้แต่ละคนจะต้องมีอย่างแน่นอน และต้องพกมาด้วยเพื่อให้การต่อ พรบ.รถยนต์ ผ่านพ้นไปด้วยดี และไม่มีการติดขัดเรื่องของเอกสาร

3. ใบรับรองการตรวจสภาพรถ

ถ้าหากว่าเป็นรถที่เพิ่งซื้อใหม่และมีอายุการใช้งานที่ไม่นานสักเท่าไหร่นัก คุณไม่จำเป็นที่จะต้องไปตรวจสภาพรถ เนื่องจากว่ายังมีมีสภาพการใช้งานที่ดีอยู่ แต่สำหรับการต่อ พรบ.รถยนต์ ถ้าหากว่ารถยนต์ของคุณมีอายุการใช้งานมากกว่า 7 ปีแล้วละก็ เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องไปตรวจเช็คสภาพรถของตนเอง เหตุที่ต้องทำก็เพื่อที่จะได้รู้ว่ารถยนต์ที่ใช้งานมาอย่างยาวนานคันนี้ จะสามารถใช้งานบนท้องถนนได้ดีหรือไม่ ซึ่งหากว่าสามารถใช้งานได้ดี ก็จะไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อตนเองรวมไปถึงผู้ขับขี่รายอื่นๆบนท้องถนนด้วย แต่ถ้าหากตรวจสอบแล้วพบว่าสภาพของรถยนต์มีปัญหา ต้องได้รับการซ่อมแซมหรือไม่สามารถใช้งานได้ดี ก็จะมีการพิจารณาเป็นขั้นตอนไปตามความเหมาะสม ว่าควรจะอนุมัติให้ต่อ พรบ.รถยนต์ได้หรือไม่

สำหรับการตรวจสภาพรถยนต์ เพื่อทำการต่อ พรบ.รถยนต์ เราสามารถไปตรวจสภาพรถได้เลยที่ หน่วยงานภาครัฐนั่นก็คือกรมขนส่งทางบก หรือว่าจะไปที่ สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ก็ได้ทั้งนั้น   แต่ทั้งนี้ถ้าหากว่ารถยนต์ของคุณได้ขาดการต่อภาษีรถยนต์เกินหนึ่งปี จะมีการเก็บค่าปรับย้อนหลังพร้อมกับค่าภาษีรถยนต์ นอกจากนี้แล้วรถยนต์ที่มีการดัดแปลงสภาพไม่ตรงตามที่แจ้งไว้ในสมุดคู่มือประจำรถ ก็จะถูกปรับเช่นเดียวกัน ในการนำรถยนต์ไปตรวจสภาพนั้นจะต้องไปที่กรมขนส่งทางบกแห่งเดียว  ซึ่งถ้าหากว่ารถยนต์ของคุณได้รับการตรวจและผลออกมาว่าผ่านมาตราฐานแล้ว ก็จะมีการออกใบรับรองให้ เป็นเอกสารที่จะสามารถนำไปขอพรบ.รถยนต์ได้

4.เอกสารตรวจรับรองติดตั้งแก๊ส

การต่อพรบ.รถยนต์ ในกรณีที่รถยนต์ของคุณได้มีการติดตั้งแก๊สเพิ่ม จะต้องเตรียมเอกสารเพิ่มตามชนิดของการติดตั้งแก๊สดังนี้คือ  สำหรับรถยนต์ที่มีการติดตั้งแก๊ส LPG ตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปนั้น จะต้องมีเอกสารรับรองการตรวจรวมไปถึงการทดสอบความปลอดภัยจากวิศวกร เรียกได้ว่าตรวจ 1 ครั้งแต่สามารถใช้ได้ถึง 5 ปี  แต่ถ้าหากว่าเป็นรถยนต์ที่มีการติดตั้งแก๊ส NGV หรือ CNG จะต้องมีใบรับรองการตรวจสภาพรถจากวิศวกรแนบมาในการต่อพรบ.รถยนต์  ที่จะต้องตรวจในทุกๆปี เพื่อนำมายื่นต่อพรบ.รถยนต์

ได้รู้กันไปแล้วว่าเอกสารที่จะต้องมี เพื่อนำไปต่อพรบ.รถยนต์ มีถึง 4 อย่างด้วยกัน ซึ่งคุณควรจะเตรียมไว้ให้พร้อมเพื่อให้การต่อพรบ. ลุล่วงไปได้ด้วยดี ซึ่งการต่อพรบ.รถยนต์ ถือว่าเป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถยนต์จะต้องทำเป็นประจำทุกปี เพราะถ้าหากว่าไม่ต่อพรบ.แล้วละก็ จะต้องเสียค่าปรับในอัตราร้อยละ 1% ของค่าภาษีรถยนต์ต่อเดือน ดังนั้นแล้วจึงควรเช็คเป็นประจำว่าพรบ.รถยนต์ของคุณใกล้จะหมดอายุแล้วรึเปล่า… เพื่อที่จะได้นำไปต่อซึ่งเราสามารถทำล่วงหน้าได้สามเดือนเลยทีเดียวนะ เรียกได้ว่าสามารถเผื่อเวลาต่อไว้ล่วงหน้านานๆ  ที่จะทำให้คุณสามารถวางแพลนไปจัดการในเรื่องนี้ได้ โดยที่ไม่ควรมีข้ออ้างใดๆ

ซึ่งเชื่อได้เลยล่ะว่าการต่อพรบ.รถยนต์ นอกจากจะเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญและมีประโยชน์ต่อผู้ใช้รถยนต์อย่างมากเลย นั่นก็คือการได้รับสิทธิ์ความคุ้มครองต่อชีวิตที่เกิดขึ้นในทันที เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้นมาก็ทำให้คุณสามารถอุ่นใจได้ว่า ยังมีพรบ.รถยนต์ที่จะช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายในเรื่องต่างๆไปได้บ้าง โดยที่การจ่ายค่าธรรมเนียมเมื่อมาต่อพรบ.รถยนต์นั้น ไม่แพงมากมายแต่อย่างใดเลย อ่านเพิ่มเติมเรื่อง>>>ขั้นตอนปฏิบัติหากเกิดอุบัติเหตุ

ผู้เขียนขอแนะนำว่าหากท่านใดที่ต้องทำประกันรถยนต์อยู่ ทุกปีๆควรจะต่อ พรบ.รถยนต์ ที่เดียวกันกับที่ท่านทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้ไปเลย ซึ่งจะสะดวกมากๆเลยล่ะแล้วอย่าลืมนำ พรบ.รถยนต์ ที่ต่อมาแล้วไปยื่นต่อภาษีประจำปีรถยนต์อีกด้วยล่ะ จะไปยื่นที่ขนส่งด้วยตนเองก็ได้หรือ ยื่นออนไลน์ทางเว็บไซต์ขนส่งยิ่งสะดวกมากๆขอบอก กรมการขนส่งทางบก