10 วิธีการตรวจเช็ครถยนต์ด้วยตนเอง…สำหรับมือใหม่

10วิธีการตรวจเช็ครถยนต์ด้วยตนเอง…สำหรับมือใหม่

วิธีการตรวจเช็ครถยนต์ด้วยตนเอง สำหรับมือใหม่นั้นขอแนะนำในแบบง่ายๆ ที่มือใหม่สามารถตรวจสอบรถได้ด้วยตนเอง ก่อนออกรถหรือก่อนเดินทางอย่างน้อยควรจะรู้วิธีตรวจเช็ครถยนต์เอาไว้บ้างคงจะดีไม่น้อย หากว่าสามารถตรวจสอบแบบพื้นๆได้เอง ส่วนเรื่องหนักๆที่ยังไม่รู้วิธีการตรวจเช็คนั้น ก็ควรยังไม่ต้องทำอะไรเอาไว้ให้ศูนย์บริการที่เราซื้อรถมาตรวจเช็คให้จะดีกว่า งั้นมาดูกันว่า วิธีการตรวจเช็ครถยนต์ด้วยตนเองสำหรับมือใหม่ ต้องตรวจเช็คอย่างไรบ้าง


1.ตรวจเช็คล้อและลมยาง

ก่อนออกรถหรือก่อนเดินทางไม่ว่าจะใกล้หรือไกล สิ่งแรกที่ควรตรวจเช็คอันดับแรกเลยคือล้อและลมยาง ตรวจสอบดูว่ายางมีรอยสึกหลอมีรอยฉีกขาดของยางไหม เช็ควงล้อมีบุบบิดเบี้ยวไหม ส่วนแรงดันลมยางก็ควรจะเติมลมยางให้ได้มาตฐานของรถยนต์แต่ละรุ่น ซึ่งตรงนี้คงจะไม่เท่ากันทุกรุ่นแน่ๆ แนะนำว่าให้ดูข้อมูลตรงประตูจะบอกแรงดันของลมยางเอาไว้เป็นมาตฐาน ที่ทางโรงงานผลิตแต่ละรุ่น เขาได้ติดเอาไว้

2.ตรวจเช็คระบบไฟ

วิธีการตรวจเช็ครถยนต์ด้วยตนเองสำหรับมือใหม่ ในข้อนี้ก็เป็นอีกข้อที่มือใหม่ควรหมั่นตรวจเช็คเป็นประจำ ไฟเบรค ไฟส่องสว่างสูงต่ำ ไฟตัดหมอก ไฟเลี้ยวหน้าหลัง ไฟฉุกเฉิน ไฟสัญญาณถอย ไฟส่องป้ายทะเบียน ไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร ไฟทุกๆจุดที่กล่าวมาทั้งหมดต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้เท่านั้น การตรวจเช็คสภาพรถยนต์ในข้อนี้ ทุกคนน่าจะตรวจเช็คเองได้ไม่ยาก แถมอีกอย่างสำหรับรถยนต์บางรุ่น ที่มีระบบไฟฟ้าในการปรับกระจกบานประตูและกระจกมองข้าง ก็ควรตรวจเช็คด้วยพร้อมกันไปเลย

3.ตรวจเช็คน้ำมันเครื่องรถยนต์

ควรหมั่นตรวจเช็คน้ำมันเครื่องอยู่เสมอ ให้อยู่ในระดับที่พร้อมใช้งาน วิธีการตรวจเช็คเบื้องต้นคือ จอดรถไว้ในพื้นที่ราบโดยที่รถไม่เอียงซ้ายขวาหรือหน้าหลัง เปิดฝากระโปรงหน้ารถขึ้นมองหาก้านวัดน้ำมันเครื่อง แล้วดึงก้านวัดขึ้นมาทำความสะอาดด้วยผ้าหรือกระดาษทิชชู่ก็ดี จากนั้นก็เสียบก้านวัดกลับเข้าไปทีเดิมอีกครั้งเพื่อวัดระดับน้ำมันเครื่อง แล้วดึงก้านวัดขึ้นมาดูระดับน้ำมันเครื่องที่ปลายก้านวัด ถ้าน้ำมันเครื่องอยู่ระหว่าง F” กับ L” หรือ Max” กับ Min” แสดงว่าระดับน้ำมันเครื่องยังปกติดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป แต่ก็ควรรักษาระดับน้ำมันเครื่องให้อยู่เกินครึ่งของขีด F” กับ L” หรือ Max” กับ Min” อยู่เสมอล่ะเพราะถ้าระดับน้ำมันเครื่องมากไปหรือน้อยไปอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้ง่ายๆ ควรหมั่นตรวจเช็คอย่างน้อยเดือนละครั้งยังดี

10วิธีการตรวจเช็ครถยนต์ด้วยตนเองสำหรับมือใหม่

4.ตรวจเช็คน้ำฉีดล้างกระจก

หมั่นตรวจเช็คระดับน้ำฉีดล้างกระจก ให้อยู่ในระดับที่ไม่ต่ำไม่สูงกว่าเกณท์ตามที่เขากำหนด ส่วนน้ำฉีดล้างกระจกนั้นรถแต่ละรุ่น อาจจะมีสีของน้ำฉีดกระจกไม่เหมือนกัน ลองสังเกตุรถของเราเองว่ามันสีอะไรอยู่จุดไหน ถ้าน้ำมันลดลงต่ำกว่าเกณท์ ก็ควรจะซื้อมาเติมอย่าให้มันขาดเลยเชียวนะ แนะนำให้ซื้อจากที่ศูนย์บริการรถยนต์ที่เราซื้อรถมานี่แหล่ะ สะดวกดีมากเชียวล่ะ

5.ตรวจเช็คเสียงแตร

วิธีการตรวจเช็ครถยนต์ด้วยตนเองสำหรับมือใหม่ ในข้อนี้คือการตรวจเช็คเสียงแตรก่อนออกรถหรือเดินทาง แตรต้องดังทุกครั้งที่เอามือกดบริเวณพวงมาลัย แนะนำให้ลองกดทั้งแบบเสียงสั้นและเสียงยาวดู ว่ามันปกติดีไหม ในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน เสียงของแตรนั้นเรียกได้ว่าสำคัญมากๆเลยล่ะ ดู วิธีขับขี่อย่างปลอดภัย เพิ่มเติมอีกก็ได้

6.ตรวจเช็คระดับน้ำในแบทเตอรี่

หมั้นตรวจเช็คแบทเตอรี่ดูระดับน้ำกรดให้อยู่ในระดับที่เขากำหนดไว้ จะมีเส้นขีดเอาไว้ข้างแบทเตอรี่หวังว่าทุกคนคงดูเป็น เช็คว่ามีรอยแตกรอยร้าวไหม เช็คและ ทำความสะอาดตรงขั้วแบทอย่าให้มีขี้เกลือโอบหุ้มซึ่งอาจจะทำให้สตาร์ทรถติดได้ยาก ไม่ควรให้น้ำกรดต่ำเกินค่าที่กำหนด หากน้ำกรดลดลงควรเติมน้ำกลั่นเท่านั้นลงไปให้พอดี อย่าให้สูงเกินเดี๋ยวจะล้นทะลักออกมาเลอะได้ง่ายๆนะขอบอก

7.ตรวจสอบระดับน้ำยาหล่อเย็น

วิธีการตรวจเช็ครถยนต์ด้วยตนเองสำหรับมือใหม่ ในจุดนี้นับว่าเป็นจุดของเหลวที่สำคัญมากเช่นกันควรหมั่นตรวจเช็คอย่างน้อย อาทิตย์ละครั้งหากรถเก่าแล้ว 5-6 ปีขึ้นไปควรเช็คอาทิตย์และ 2 ครั้งกำลังดี วิธีการก็ให้เช็คดูระดับน้ำในหม้อพักให้อยู่ในระดับกลางระหว่าง Full” กับ Low” หากระดับน้ำต่ำกว่า Low” ควรเติมน้ำยาหล่อเย็นชนิดเดียวกันลงไปให้อยู่ในระหว่าง Full” กับ Low” แต่ก็ไม่ควรสูงกว่า Full” ล่ะเดี๋ยวจะกลายเป็นมากไปจนล้น ส่วนน้ำยาหล่อเย็นนั้นแนะนำให้ซื้อของแท้จากที่ศูนย์รถของเรามาเก็บไว้จะดีกว่า ไม่ควรเติมน้ำยาที่ไม่ใช่ชนิดเดียวกันลงไป เนื่องจากอาจมีสารกัดกล่อน เดี๋ยวมีปัญหาการผุพังรั่วซึมตามมาได้ง่ายๆเลยเชียวล่ะ

8.ตรวจเช็คเบรคและน้ำมันเบรค

ในทุกๆครั้งที่ขับรถและในทุกครั้งที่ต้องเดินทาง ” วิธีขับรถเดินทางไกลให้ปลอดภัย “ให้หมั่นตรวจสอบระบบเบรคลองเหยียบย้ำๆที่แป้นเบรค หากรถจอดตากฝนหรือลุยน้ำมาก่อน ให้ลองออกรถแล้วเหยียบย้ำๆ ที่เบรคดูว่ายังหยุดรถได้ปกติไหม ลองดึงเบรคมือดูด้วยล่ะว่าเบรคอยู่ไหม จากนั้นค่อยไปตรวจเช็คน้ำมันเบรคเพราะว่าน้ำมันเบรคเป็นส่วนประกอบสำคัญอันหนึ่ง ในการเบรคเพื่อหยุดรถ โดยการเปิดฝากระโปรงรถขึ้น ถ้วยน้ำมันเบรคจะอยู่ใกล้ๆกับตัวรถอยู่ติดๆ กับกระจกบานหน้าลองดูว่าระดับน้ำมันอยู่ระหว่าง Max” ไม่ต้องเติมเพิ่มแต่ถ้า Min”หรือต่ำกว่าต้องเติมแต่ข้อนี้สำหรับมือใหม่แนะนำว่าให้ไปใช้บริการที่ศูนย์รถเราจะดีกว่า ไม่ควรเติมเอง

9.ตรวจเช็คน้ำมันเกียร์

วิธีการตรวจเช็ครถยนต์ด้วยตนเองสำหรับมือใหม่ ในข้อนี้สำหรับมือใหม่น่าจะยังไม่ต้องทำอะไรมาก เนื่องจากอายุการใช้งานของน้ำมันเกียร์ออโต้นั้น ค่อนข้างจะยาวนานพอควร สิ่งที่ต้องทำคือเช็คดูว่ามีการรั่วซึมไหมพอ แต่รถบางรุ่นนั้นอาจไม่ต้องเช็คด้วยตนเองเลยก็ได้ เพียงแค่บำรุงรักษาเกียร์ออโต้แบบพื้นๆ ก่อนก็พอเช่นก่อนออกรถตอนเช้าให้อุ่นเครื่องรถก่อนทุกครั้งจนอุณภูมิเพียงพอ แล้วโยกคันเกียร์มาตำแหน่ง N ซัก 2 นาที แล้วโยกมาที่ D อีก 2 นาทีจากนั้นโยกกลับมา N ซัก1-2 นาทีแล้วค่อยเข้าเกียร์อื่นๆ เพื่อเลื่อนรถเป็นการเพิ่มพลังให้รถเราด้วยล่ะ ส่วนเรื่องน้ำมันเกียร์แนะนำว่าเช็คที่ศูนย์รถเลยจะดีกว่าสำหรับมือใหม่ ช่างเขาจะรู้ระยะเวลาต้องเปลี่ยนถ่าย และระดับที่ต้องเติมเพิ่มหรือไม่เติมเพิ่ม ดังนั้นมือใหม่ไม่ควรเปลี่ยนถ่าย หรือเติมน้ำมันเกียร์เองนะขอบอกก่อน

10.ตรวจเช็คพวงมาลัยและห้องโดยสาร

ก่อนออกรถหรือก่อนเดินทางควรตรวจสอบ ภายในห้องโดยสารอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งาน เข็มขัดนิรภัยพร้อมไหม ไฟส่องสว่างในห้องโดยสารติดไหม มีขวดน้ำแก้วน้ำตกอยู่พื้นรถไหม หากว่ามีรีบเก็บออกมาเลยมันอันตรายมากๆนะ หากว่าขับรถออกไปแล้วมันกลิ้งไปล็อคอยู่ที่คันเร่ง หรือแป้นเบรค ตรวจสอบว่าพรมปูรถอยู่ในสภาพเรียบร้อยไหม ได้ล็อคเอาไว้หรือเปล่า เพราะมันอาจจะไหลม้วนไปติดที่เบรค และคันเร่งรถได้เช่นกัน ตรวจสอบดูว่าพวงมาลัยติดขัดไหมหมุนเลี้ยวปกติดีไหม ลองหมุ่นๆ ดูว่าพวงมาลัยมีเสียงดังผิดปกติหรือเปล่า

วิธีการตรวจเช็ครถยนต์ด้วยตนเองสำหรับมือใหม่ ทั้งหมดทุกข้อที่กล่าวมาก็เป็นเพียงการตรวจเช็คสภาพความพร้อมใช้งาน ในเบื้องต้นเท่านั้นที่เราสามารถที่จะทำการตรวจเช็คเองได้หากมีการเดินทางทุกๆ ครั้งก็อย่าลืมนำ 10วิธีการตรวจเช็ครถยนต์ด้วยตนเองสำหรับมือใหม่ นี้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ก็แล้วกัน แต่หากต้องการตรวจเช็คเจาะลึกเข้าไปมากกว่านี้แนะนำ หาช่างที่ไว้ใจได้ตรวจเช็คให้ หรือไปเช็คที่ศูนย์บริการของรถเราเลยจะดีกว่า หากต้องการอ่านบทความเรื่อง ประกันภัยรถยนต์สำหรับมือใหม่ควรรู้ ตามลิ้งนี้ไปกันได้เลย