[สินเชื่อรถ] กู้สินเชื่อลีสซิ่งรถมือสอง จ่ายเงินไม่ทันทำอย่างไร?

[สินเชื่อรถ] กู้สินเชื่อลีสซิ่งรถมือสอง จ่ายเงินไม่ทันทำอย่างไร?

ในการกู้ สินเชื่อลีสซิ่งรถมือสอง คงจะต้องมีสักครั้งหนึ่งที่เราจะประสบกับปัญหาการเงิน หาเงินไม่ทัน ไม่สามารถจ่ายค่าสินเชื่อได้ตรงเวลา จนเกิดความกังวลขึ้นมาว่าจะถูกฟ้องร้อง ดำเนินคดีหรือเปล่า ในบทความนี้ เราจะมาไขข้อข้องใจนี้ พร้อมทั้งหาวิธีแก้ไขเมื่อเกิดปัญหาการหาเงินมาจ่ายค่าสินเชื่อลีสซิ่งไม่ทันด้วย


สำหรับ สินเชื่อลีสซิ่งรถมือสอง เป็นสินเชื่อที่ออกแบบขึ้นมาสำหรับการใช้เงินทุนเช่าซื้อสิ่งของ เช่น รถยนต์มือสอง โดยรถยนต์มือสองที่ซื้อมาด้วยเงินจากสินเชื่อนี้จะเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทลีสซิ่ง ผู้กู้มีหน้าที่ต้องหาเงินไปผ่อนชำระจนกว่าจะครบวงเงินที่ทำสัญญา หลังจากนั้นรถมือสองจึงจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ซื้อ อ่านเรื่อง>>สินเชื่อยอดนิยมเพื่อรถมือสอง

ข้อกำหนดของสินเชื่อลีสซิ่ง โดยทั่วไปจะไม่มีความเข้มงวดเท่าสินเชื่อเพื่อรถมือสองทั่วไป เมื่อผู้กู้เกิดปัญหาว่าหาเงินมาผ่อนชำระหนี้ไม่ทันตามกำหนดหรือค้างชำระสินเชื่อหลายงวด ผู้ให้บริการสินเชื่อก็จะคิดเงินเฉพาะส่วนที่ค้างชำระ พร้อมดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นใหม่เท่านั้น ไม่ได้มีการดำเนินคดี ฟ้องล้มละลายจนกระทบกับเครดิต แต่ถึงแม้สินเชื่อลีสซิ่งจะคิดดอกเบี้ยตามโครงสร้างการค้างชำระหนี้เพียงเท่านั้นก็ตาม สิ่งที่จะตามมาหากขาดการชำระหนี้อย่างถูกต้องก็คือ ดอกเบี้ยที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งดอกเบี้ยลีสซิ่งนี่ถือได้ว่าเป็นดอกเบี้ยสินเชื่อที่สูงมากทีเดียว หากปล่อยไว้นานๆ มันจะเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ผู้กู้จึงจำเป็นต้องทำการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดการชำระหนี้ไม่ทันขึ้น โดยวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อไม่สามารถผ่อนชำระได้ทันเวลา สามารถแยกออกได้เป็น 3 ข้อ ดังนี้ อ่านเรื่อง>>ประวัติของรถมือสองที่ไม่ควรซื้อ

สินเชื่อลีสซิ่งรถมือสอง
กู้สินเชื่อลีสซิ่งรถมือสอง จ่ายเงินไม่ทันทำอย่างไร ที่มาภาพ : Pixabay.com
  1. ทำการพูดคุยกับผู้ให้บริการสินเชื่อในเบื้องต้น แจ้งรายละเอียดทั้งหมดให้สถาบันที่ให้สินเชื่อทราบถึงเหตุผลที่เราไม่สามารถหาเงินมาเพื่อชำระหนี้ได้ทันเวลา เพื่อที่ผู้ให้บริการสินเชื่อจะได้สรุปทางแก้ปัญหาให้กับเรา อาจจะเป็นการแบ่งชำระในจำนวนงวดที่มากขึ้น ลดอัตราดอกเบี้ยลงหรือเลื่อนวันชำระหนี้ออกไป ช่วยให้เรามีศักยภาพในการใช้หนี้ได้มากขึ้น อ่านเรื่อง>>การดูแลรักษารถมือสอง
  2. มองหาแหล่งเงินทุนอื่นๆ มาช่วย เช่น สินเชื่ออื่นๆ หรือทรัพย์สินที่พอจะนำมาใช้โปะได้ แต่ต้องระวังอย่าใช้วิธีกู้หนี้เพิ่ม เพราะจะทำให้เราเป็นหนี้หนักกว่าเดิม
  3. พิจารณาปล่อยให้ยึดรถ หากว่าถึงทางตัน ไม่สามารถหาเงินมาใช้ได้แล้วจริงๆ ทางเลือกสุดท้ายที่เราจะทำได้ ก็คือ เจรจาให้ผู้บริการสินเชื่อทำการยึดรถ เพื่อตัดหนี้ทั้งหมดออกไปก่อน แล้วค่อยหาเงินมาซื้อรถมือสองดังกล่าวคืน สำหรับวิธีนี้ ควรใช้เมื่อเห็นว่าไม่สามารถใช้หนี้ได้แล้วจริงๆ เท่านั้น

การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเกี่ยวกับสินเชื่อลีสซิ่งนั้นไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไร เพียงแต่ต้องเอาความจริงเข้าปรึกษากับผู้ให้สินเชื่อ ไม่โกหก ไม่หนีหายไปไหน เพราะผู้ให้บริการสินเชื่อเองก็ไม่อยากที่จะปล่อยให้หนี้สินก้อนนี้กลายเป็นหนี้สูญเช่นกัน

อ่านบทความที่คล้ายกัน