[รถมือสอง] เมื่อรถมือสองมีปัญหาบ่อย จะซ่อม หรือเปลี่ยนคันใหม่?

[รถมือสอง] เมื่อรถมือสองมีปัญหาบ่อย จะซ่อม หรือเปลี่ยนคันใหม่?

รถมือสองมีปัญหาบ่อย” สำหรับการใช้งานรถมือสอง โดยเฉพาะรถที่มีปีเก่ามากๆ สิ่งหนึ่งที่คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ปัญหาจุกจิกต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างใช้งาน ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างใช้งานรถมือสองมีได้หลายประการด้วยกัน เช่น ยางแตก แอร์ไม่เย็น เครื่องเสียงพัง มีกลิ่นในรถ เป็นต้น ส่วนใหญ่มักจะมีที่มาจากความสึกหรอที่สะสมเนื่องจากอายุรถ ถ้ามีความสึกหรอสะสมอยู่น้อย  ปัญหาจุกจิกก็จะมีน้อย แต่ถ้าในรถมือสองคันนั้นมีความสึกหรออยู่มาก ปัญหาจุกจิกก็จะเกิดขึ้นบ่อยตามไปด้วย


บางครั้งรถมือสองที่ใครหลายคนซื้อมามีปัญหาบ่อยจนผู้ใช้อยากจะเอาไปขายทิ้งแล้วเปลี่ยนเป็นคันใหม่กันเลยทีเดียว หากท่านเป็นคนหนึ่งที่กำลังเจอปัญหาหลายประการจากรถมือสองอยู่ แล้วอยากเปลี่ยนคันใหม่ ขอให้ลองอ่านบทความนี้ดูก่อน  เราจะมาดูกันว่า เมื่อรถมือสองมีปัญหาบ่อย ระหว่างการซ่อม หรือเปลี่ยนใหม่ อย่างใดจะคุ้มค่ากว่ากัน อ่านเรื่อง>>รถมือสองยี่ห้อไหนดี

รถมือสองมีปัญหาบ่อย
เมื่อรถมือสองมีปัญหาบ่อย จะซ่อม หรือเปลี่ยนคันใหม่ ที่มาภาพ: Pixabay.com

รูปแบบของปัญหารถมือสอง

      รูปแบบการเกิดปัญหาของรถมือสอง สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ ได้แก่

  • การเกิดปัญหาที่จุดเดิมซ้ำๆ ซากๆ แก้เท่าไรก็ไม่หาย
  • กับการเกิดปัญหาในจุดต่างๆ ไปเรื่อย เป็นต้นว่าตอนแรกเกิดปัญหาในห้องเครื่องก่อน พอแก้ปัญหาห้องเครื่องได้แล้วสักพักแบตเตอรี่พัง เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ สักพักท่อแอร์ขาด อย่างนี้เป็นต้น อ่านเรื่อง>>รถมือสองที่ไม่ควรซื้อ

ฟังเผินๆ เหมือนกับควรจะขายทิ้งไปเลยทั้ง 2 แบบ แต่อันที่จริง หากเป็นปัญหาจุกจิกในแบบที่ 2 นั้นสามารถแก้ได้ง่ายและยั่งยืนกว่า เนื่องจากเมื่อจัดการจบใน 1 จุดแล้ว จุดนั้นย่อมใช้งานไปได้อีกนาน อีกทั้งเจ้าของรถยังสามารถตรวจดูได้ในเบื้องต้นอีกด้วยว่า จุดใดบ้างที่ทำท่าจะมีปัญหา หรือถ้าไม่มั่นใจก็สามารถยกเครื่องซ่อมแซมจุดที่เสี่ยงต่อการเสียหายไปได้เลย ในขณะที่ปัญหาจุกจิกแบบที่ 1 นั้น แม้จะเสียเพียง 1-2 จุดเท่านั้น แต่ก็เป็นการเสียที่เรื้อรัง ซ้ำซาก แก้ไม่หายและเป็นตัวบ่งบอกว่าพื้นที่บริเวณนั้นน่าจะมีปัญหารุนแรงจนเสี่ยงต่อการลุกลามบานปลายไป ต้องซ่อมแล้วซ่อมอีกไม่หายสักที อ่านเรื่อง>>วิธีดูรถมือสองก่อนตัดสินใจซื้อ

เพราะฉะนั้น เมื่อลองนำรถมือสองที่มีปัญหาจุกจิกทั้ง 2 แบบมาเทียบกันแล้ว สามารถสรุปได้ว่า รถมือสองที่เสียแบบแก้ทีละจุดแล้วจบ แม้จะเสียตรงโน้นตรงนี้อยู่บ่อยๆ ก็ยังสามารถซ่อมใช้ได้ดีมากกว่ารถที่เสียจุดเดิมซ้ำๆ ซากๆ แก้เท่าไรก็ไม่หาย ส่วนรถที่เกิดปัญหาซ้ำซากดังที่กล่าวไป ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้งาน จะขายทิ้งเลยก็ได้ ถ้ายังทู่ซี้ขี่อยู่ต่อไป ค่าดูแลรักษาและค่าซ่อมจะบานปลายแน่นอน อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอบอกว่า รถมือสองที่ดีไม่ควรมีส่วนสึกหรอมาก เพราะนานๆ ไป ค่าซ่อมอาจจะบานปลายมากกว่าค่าซื้อก็ได้

อ่านบทความที่คล้ายกันต่อ เรื่อง วิธีดูแลรักษารถมือสอง