ผู้กู้ร่วมเสียชีวิตทำไงดี


ผู้กู้ร่วมเสียชีวิตทำไงดี

น่าเศร้าใจไหมล่ะคะ ที่คนที่รักต้องมาจากไปแล้วยังมามีปัญหาเรื่องทรัพย์สินอีก บางคนอาจเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นพ่อ-แม่ สามี-ภรรยา บุตร ที่อาจทิ้งภาระหรือทรัพย์สินไว้ให้แต่กลับเป็นสิทธิเพียงครึ่งเดียวโดยสัญญากู้ร่วม หลายคนอาจได้ยินข่าวอยู่บ่อย ๆ เรื่องการฟ้องร้องเกี่ยวกับสิทธิต่าง ๆ ที่ควรจะได้รับหลังเจ้าของทรัพย์สินนั้นเสียชีวิตไป แต่ดันมีผู้มีสิทธิ์เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่าย จึงทำให้เกิดการทะเลาะบาดหมางถึงขั้นฟ้องร้อง ฆ่ากันตายก็มี

ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่าการกู้ร่วม ไม่ว่าเจ้าของหรือคนผ่อนที่แท้จริงจะเป็นฝ่ายใด แต่สิทธิ์ในตัวบ้านจะเป็นของทุกคนคนละเท่า ๆ กัน ซึ่งเมือมีผู้กู้คนใดเสียชีวิตไปสิทธิ์ครึ่งนึงของผู้กู้ที่เสียชีวิตจะตกไปเป็นของทายาทตามกฏหมาย เว้นแต่หากตกลงกันไม่ลงตัวมีการแอบอ้างสิทธิ์ไปเพียงฝ่ายเดียว ก็สามารถฟ้องร้องต่อศาลให้สืบความเป็นเจ้าของได้ก็จะเป็นเรื่องของกฏหมายต่อไป

การถอดการเปลี่ยนตัวกรณีผู้กู้ร่วมเสียชีวิต

หากผู้กู้ที่เสียชีวิตมีการทำประกันชีวิตไว้ หนี้ในส่วนที่ประกันชีวิตคุ้มครองก็จะหายไปเหลือเพียงส่วนของผู้กู้ร่วมที่ยังอยู่ในการผ่อนต่อแต่สิทธิ์ส่วนหนึ่งก็เป็นของทายาทจนกว่าจะมีการถอนตัวออก แต่หากไม่ได้ทำประกันชีวิตไว้หนี้ก็จะตกไปยังทายาทซึ่งต้องดำเนินการดังนี้

ผู้กู้ร่วมเสียชีวิตทำไงดี
หากผู้กู้ร่วมเสียชีวิตทำไงดี ภาพจาก https://pixabay.com

1. กรณีทายาทมีรายได้เพียงพอที่จะรับภาระหนี้ ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดก ยื่นคำร้องแจ้งต่อธนาคารที่ยื่นกู้ถึงการเสียชีวิตของผู้กู้ร่วม และแจ้งความประสงค์ที่จะรับภาระหนี้แทน สิทธิ์ในตัวบ้านก็จะยังคงเป็นของผู้กู้หลักกับทายาทผู้กู้ร่วมต่อไป

2. กรณีทายาทไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระหรือมีรายได้ไม่เพียงพอในการยื่นกู้ร่วมแทนผู้กู้หลักสามารถหาผู้กู้ร่วมคนใหม่มายื่นกู้แทนก็ได้แต่ต้องเป็นญาติพี่น้อง

3. หากหาผู้กู้ร่วมไม่ได้และผู้กู้หลักมีความสามารถที่จะผ่อนชำระคนเดียวไหวก็สามารถทำได้แต่สิทธิ์ก็ยังคงเป็นของทายาทผู้เสียชีวิตอยู่จนกว่าผู้กู้หลักจะทำเรื่องซื้อส่วนที่เป็นของผู้เสียชีวิต โดยการยื่นกู้ใหม่ถอนตัวผู้กู้ร่วมออกและขอผ่อนคนเดียวถ้ารายได้ของผู้กู้หลักเพียงพอและได้ทำการตกลงกับทายาทเรียบร้อยแล้ว

4. หากผู้เสียชีวิตเป็นผู้กู้หลักหรือเจ้าของบ้านตัวจริง แล้วผู้กู้ร่วมเพียงแค่ใส่ชื่อหากมีการตกลงกันได้ก็ผ่อนปกติแล้วค่อยถอนตัวภายหลังผ่อนชำระเรียบร้อยแล้วก็ได้แต่หากมีการตกลงกันไม่ลงตัวในเรื่องของสิทธ์ความเป็นเจ้าของเนื่องจากผู้กู้หลังเสียชีวิตเป็นเรื่องของทายาทที่จะฟ้องร้องก็จะเข้าสู่กระบวนการ ทางกฎหมายฟ้องร้องสืบคดีต่อไป

ข้อมูลในการใช้ฟ้องร้อง

ข้อมูลในการใช้ฟ้องร้องที่ผู้กู้จะสามารถใช้เป็นหลักฐานเพื่อยืนยันสิทธิ์การเป็นเจ้าของบ้าน ก็จะมีประมาณนี้ ซึ่งผู้ที่ต้องดำเนินการฟ้องร้องคือเจ้าของบ้านเอง ( ข้อมูลจากกฎหมายชาวบ้าน พันทิป )

  1. คนผ่อนที่แท้จริงใครเป็นคนผ่อน
  2. ใบเสร็จในการผ่อนเป็นของใครใครเก็บไว้ หากมีการชำระบ่อย ๆ ผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารก็อาจมีพยานเป็นพนักงานที่รับชำระ
  3. เงินที่ใช้ในการผ่อนมาจากไหน ถ้าเป็นเงินที่ได้จากการทำงานประจำหรือหักผ่านบัญชีเงินเดือนจะถือเป็นหลักฐานชั้นดี
  4. ผู้อยู่อาศัยแท้จริงในบ้าน ใครอาศัยในบ้านหลังนี้มาตลอด ซึ่งถ้ามีเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่อยู่เพียงฝ่ายเดียวมาตลอดก็ถือเป็นหลักฐาน
  5. ชื่อในทะเบียนบ้าน ซึ่งหากมีเพียงชื่อฝ่ายเดียวก็จะใช้เป็นหลักฐานได้
  6. การจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าซ่อมแซมบ้าน ใครเป็นผู้จ่าย
  7. พนักงานที่ยื่นกู้ครั้งแรกจะทราบดีบ้านเป็นสิทธิ์ของใครบ้าง

ทั้งหมดก็เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นให้ทุกคนได้ทราบ เพราะการเสียชีวิตไม่ใช่เรื่องที่จะคิดไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าคุณจะเป็นในฝั่งของผู้เสียชีวิต หรือผู้กู้ที่ยังอยู่แต่หากคุณถูกคุกคามสิทธิ์ในทรัพย์สินซึ่งควรเป็นของคุณ นี่จะเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งที่จะเป็นประโยชน์ให้คุณได้ใช้ศึกษากันต่อไป

อ่านเรื่องแนะนำ