[Top 2]ประกันภัยรถยนต์ที่ดีที่สุดของทุกๆปี

[Top 2 ] ประกันภัยรถยนต์ที่ดีที่สุดของทุกๆปี

ประกันรถยนต์ที่ดีที่สุดของทุกๆปี และเป็น ประกันรถยนต์ ที่มือใหม่นิยมกันมากที่สุด จะเป็น ประกันรถยนต์ ตัวไหนไปไม่ได้ นอกจากจะเป็นประกันรถยนต์ชั้น 1 และ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ทั้งสองประเภทนี้มีความคุ้มครองที่คุ้มค่าเป็นอย่างมาก หากเมื่อเทียบกับค่าเบี้ยประกันรถที่เราต้องจ่ายไปทุกๆ ปี ว่าแต่เจ้า ประกันรถยนต์ ทั้งสองประเภทนี้ทั้ง ประกันรถยนต์ชั้น 1 และ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง และคุ้มครองอะไรบ้างเรามาดูกันอย่างละเอียดเลยดีกว่า


1.ประกันรถยนต์ที่ดีที่สุด “ประกันรถยนต์ชั้น 1”

ประกันรถยนต์ชั้น 1 หลายๆคนที่ออกรถรถใหม่ป้ายแดงมาและได้ทำการ ซื้อ ประกันรถยนต์ชั้น 1 เอาไว้หรือบางคนอาจได้แถมฟรีมาก็ดี ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะทราบแค่ว่าเป็น ประกันรถยนต์ที่ดีที่สุดเหมาะกับรถใหม่ๆ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้บ้างว่ารายละเอียดการคุ้มครอง และสิ่งที่ประกันรถยนต์ชั้น 1 ไม่ได้คุ้มครองนั้นมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง วันนี้เราจึงนำข้อมูลรายละเอียดนี้มาเปรียบเทียบให้ได้ทราบกันอย่างละเอียด….”ไปดูกันเลยดีกว่า”

ประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง?

  • ประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองอย่างครอบคลุมมากกว่าประกันภัยรถยนต์ประเภทอื่นๆ จำง่ายๆคือคุ้มครองในกรณี ซ่อมรถเขา+ซ่อมรถเรา+คุ้มครองการสูญหาย+คุ้มครองการถูกไฟใหม้+น้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติ
  • ตัวอย่างการคุ้มครองของ ประกันรถยนต์ชั้น 1 เช่น ขับรถชนกันกับคนอื่น ขับรถชนคนโดยสุดวิสัย ขับรถชนประตูบ้าน ขับรถรถชนตอไม้ เป็นต้น ไฟใหม้รถ รถสูญหาย รถโดนน้ำท่วมและภัยธรรมชาติต่างๆ ในกรณีเช่นที่กล่าวมาสามารถติดต่อเคลมได้เลยทันทีนะ ดู>> ขั้นตอนการเคลมประกันรถ ได้ที่นี่

ประกันรถยนต์ชั้น 1 ไม่ให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง?

  • ในส่วนที่ประกันรถยนต์ชั้น 1 ไม่ให้ความคุ้มครอง เช่นหากบริษัทประกันรถสืบทราบว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากความตั้งใจของผู้เอา ประกันรถยนต์ ตั้งใจทำให้เกิดขึ้น ในกรณีเช่นนี้ “เคลมไม่ได้เลยเชียวล่ะ” หากว่าเรานำรถไปติดก๊าซ NGV หรือ LPG เราต้องแจ้งเรื่องไปทางประกันด้วยนะ หรือนำรถไปดัดแปลงตกแต่งเพิ่มเติมอะไรบ้างต้องแจ้งประกันเขาด้วยล่ะ เพราะหากว่าเราไม่ได้แจ้งประกันแล้วรถเราเกิดอุบัติจากการ ติดก๊าซ และตกแต่งดัดแปลงเพิ่มเติม “เราจะเป็นคนผิดทันทีหรืออาจจะขอเคลมไม่ได้ด้วยนะ”
  • ประกันรถยนต์ชั้น 1 ไม่ให้ความคุ้มครอง “เมาแล้วขับ” หากเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าในกรณีใดๆก็ตามจากการเมาแล้วขับ ทางประกันที่เราได้ทำเอาไว้เขาสามารถปฏิเสธการจ่ายค่าชดเชยแก่เราได้ทั้งหมดเลยนะจะบอกให้
  • ประกันรถยนต์ชั้น 1 ไม่ให้ความคุ้มครอง ในกรณีที่เรานำรถไปใช้ผิดประเภทเช่น นำรถส่วนบุคคลไปรับจ้างโดยสาร หรือบรรทุกผู้โดยสารเกินข้อกำหนดในตอนจดทะเบียน แล้วเกิดอุบัติเหตุ
  • ประกันรถยนต์ชั้น 1 ไม่ให้ความคุ้มครอง “ชนแล้วหนี” ในกรณีนี้นอกจากทางประกันจะจะไม่รับผิดชอบแล้ว ตัวเราเองยังถือว่ามีความผิดร้ายแรงต้องขึ้นโรงขึ้นศาลแน่ๆ
  • ประกันรถยนต์ชั้น 1 ไม่ให้ความคุ้มครอง ในกรณี “ใช้ในการก่อการร้ายหรืออยู่ในพื้นที่ประกาศ พรก.ฉุกเฉิน “
[Top 2 ]ประกันภัยรถยนต์บริษัทไหนดีที่สุด..อยากรู้ต้องมาดู
[Top 2 ]ประกันภัยรถยนต์บริษัทไหนดีที่สุด..อยากรู้ต้องมาดู

2. ประกันรถยนต์ที่ดีที่สุด “ประกันรถยนต์ชั้น 2+”

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ก็นับได้ว่าเป็น ประกันรถยนต์ที่ดีที่สุด รองลงมาจาก ประกันรถยนต์ชั้น 1 ซึ่งได้รับความนิยมมากพอๆกัน และเหมาะกับรถที่ยังมีสภาพใหม่ๆ อีกด้วยความคุ้มครองนั้นมีมากมายคุ้มค่ากับเบี้ยประกันรถที่จ่ายไปแน่นอน ว่าแต่เจ้า ประกันรถยนต์ชั้น 2+ มีความคุ้มครองอย่างไรบ้าง และไม่คุ้มครองอะไรบ้าง “ว่าแล้วเราไปดูกันเลยดีกว่า”

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ ให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง?

  • ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ให้ความคุ้มครองในกรณีนี้จำง่ายๆ เลย ซ่อมรถเขา+ซ่อมรถเรา(ในกรณีที่ รถชนรถ เท่านั้น)+คุ้มครองการสูญหาย+คุ้มครองไฟไหม้+น้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติ
  • คุ้มครองเรากับรถเรา ในกรณีที่เราเป็นฝ่ายผิดจะต้องเป็นฝ่ายจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก 2000 บาท(แล้วแต้ข้อกำหนดในกรมธรรม์
  • คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิตร่างกายของบุคคลภายนอก เช่นขับชนคน
  • คุ้มครองและรับผิดชอบต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก หรือยานพาหนะของคู่กรณี
  • คุ้มครองและรับผิดชอบต่อรถเราหากสูญหายหรือเกิดเหตุไฟไหม้ เป็นต้น

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ไม่คุ้มครองอะไรบ้าง?

  • ในส่วนที่ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ไม่ให้ความคุ้มครอง เช่นหากบริษัทประกันรถสืบทราบว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากความตั้งใจของผู้เอาประกันภัยรถยนต์ ตั้งใจทำให้เกิดขึ้น ในกรณีเช่นนี้ “เคลมไม่ได้เลยเชียวล่ะ” หากว่าเรานำรถไปติดก๊าซ NGV หรือ LPG เราต้องแจ้งเรื่องไปทางประกันด้วยนะ หรือนำรถไปดัดแปลงตกแต่งเพิ่มเติมอะไรบ้างต้องแจ้งประกันเขาด้วยล่ะ เพราะหากว่าเราไม่ได้แจ้งประกันแล้วรถเราเกิดอุบัติจากการ ติดก๊าซ และตกแต่งดัดแปลงเพิ่มเติม “เราจะเป็นคนผิดทันทีหรืออาจจะขอเคลมไม่ได้ด้วยนะ”
  • ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ไม่ให้ความคุ้มครอง “เมาแล้วขับ” หากเกิดอุบัติเหตุไม่ว่าในกรณีใดๆก็ตามจากการเมาแล้วขับ ทางประกันที่เราได้ทำเอาไว้เขาสามารถปฏิเสธการจ่ายค่าชดเชยแก่เราได้ทั้งหมดเลยนะจะบอกให้
  • ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ไม่ให้ความคุ้มครอง ในกรณีที่เรานำรถไปใช้ผิดประเภทเช่น นำรถส่วนบุคคลไปรับจ้างโดยสาร หรือบรรทุกผู้โดยสารเกินข้อกำหนดในตอนจดทะเบียน แล้วเกิดอุบัติเหตุ
  • ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ไม่ให้ความคุ้มครอง “ชนแล้วหนี” ในกรณีนี้นอกจากทางประกันจะจะไม่รับผิดชอบแล้ว ตัวเราเองยังถือว่ามีความผิดร้ายแรงต้องขึ้นโรงขึ้นศาลแน่ๆ
  • ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ไม่ให้ความคุ้มครอง ในกรณี “ใช้ในการก่อการร้ายหรืออยู่ในพื้นที่ประกาศ พรก.ฉุกเฉิน “ ในกรณีที่ไม่คุ้มครองก็จะคล้ายๆ กับ ประกันรถยนต์ชั้น 1 เลยนะ
  • ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ไม่ให้ความคุ้มครองที่เพิ่มมากกว่า ประกันชั้น1 คือไม่คุ้มครองในกรณีที่เราขับรถ ชนประตู ขับรถชนตอไม้ ขับรถชนเสาไฟ ขับรถชนรั้วบ้าน สิ่งของต่างๆ เป็นต้น ในกรณีเช่นนี้ประกันภัยชั้น 2+ เคลมไม่ได้เลยนะต้องซ่อมเองเลยเชียวล่ะ เคลมได้เฉพาะรถเราชนกับรถคนอื่นเท่านั้น แต่หากว่าเป็น ประกันรถยนต์ชั้น 1 แล้วล่ะก็เคลมได้สบายๆ เลยล่ะหมดกังวลไปเลย

ดังนั้นเราก็ได้ทราบแล้วว่า ประกันรถยนต์ที่ดีที่สุด ก็คือ ประกันรถยนต์ชั้น 1 และรองลงมาที่ดีที่สุดคือ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ เราได้ทราบรายละเอียดการคุ้มครองแต่ละประเภทแล้วก็อย่าลืมนำข้อมูลดีๆ เหล่านี้ไปใช้ใน การเลือกซื้อประกันรถยนต์ ในครั้งต่อๆไปนะ แต่หากต้องการทราบว่าควรเลือกบริษัทประกันภัยที่ไหนดีต้องอ่านเรื่องนี้>>ประกันรถยนต์บริษัทไหนดีที่สุด

อ่านบทความที่คล้ายกัน



ประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ดีที่สุด , ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ที่ดีที่สุด มีอยู่ที่ไหนล่ะ?

แล้วเราจะรู้ได้ไงว่า? ประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ดีที่สุด , ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ที่ดีที่สุด จะหาได้จากไหนและควรเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนดี ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ที่ไหนดี อันนี้ผู้เขียนเองก็ไม่สามารถยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ประกันภัยรถยนต์บริษัทไหนดี เพราะผู้เขียนเองก็เป็นเพียงผู้ที่ต้องใช้รถใช้ถนนคนหนึ่งเท่านั้น และสิ้นปีมาก็ต้อง ต่อ พรบ.รถยนต์+ภาษีทุกปี ที่สำคัญอีกอย่างคือต้องต่อ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ทุกปีเช่นกัน บริษัทประกันภัยรถยนต์มีมากมายหลายค่าย ลองๆนึกภาพดูว่าจะมีสักกี่คนที่เคยซื้อประกันรถยนต์ จนครบทุกบริษัทแล้วจะเปรียบเทียบประกันภัยรถยนต์ได้อย่างไร? ว่าค่ายไหนดีกว่าค่ายไหน? ดังนั้นมันจึงมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย เพื่อที่จะถามไถ่ไปยังผู้คนที่เคยใช้ บริการประกันภัยรถยนต์ จากหลายๆคน หลายๆค่าย แล้วนำคำตอบมาพิจารณากันเอาเองว่าตนเหมาะกับค่ายไหน

สรุปแล้วควรทำประกันรถยนต์แบบไหนดี? มีแต่คำถามแล้วคำตอบล่ะ?

แต่ก่อนต่อประกันรถยนต์ทุกครั้ง ก็มักจะหาข้อมูลในเว็บไซต์ต่างๆ ตามเว็บเกี่ยวกับรถยนต์ตามเว็บบอร์ดพันทิป และหาอ่านตาม Blog ที่เซียรๆ ประกันภัยรถยนต์หลายๆท่านได้เขียนเอาไว้ ส่วนใหญ่จะพบแต่คำถามประมาณว่า ทำประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดี? ซื้อประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดี? ประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนดี? ต่อประกันรถยนต์ที่ไหนดี? ประกันรถยนต์บริษัทไหนดี? ทำประกันรถยนต์แบบไหนดี? และสอบถามจากเพื่อนๆ คนรอบๆข้างอยู่ทุกปีเหมือนกันว่า ต่อประกันรถกันแล้วยัง ต่อประกันรถยนต์ที่ไหนดี? ประมาณนี้ ไม่ว่าจะหาข้อมูลจากไหนก็มักพบคำถามซ้ำๆแบบเดิมเช่นนี้ แต่ก็ไม่มีใครยืนยันได้ชัดเจน เลยว่าควร ต่อประกันรถยนต์ที่ไหนดี?

ประกันรถยนต์บริษัทไหนดี? คุณก็ว่าของคุณดี ผมก็ว่าของผมดี

บางคนก็บอกว่า ประกันรถยนต์วิริยะประกันภัยดีสุดบ้าง ประกันรถยนต์กรุงเทพประกันภัยดีบ้าง อ่านความคิดเห็นที่ตอบกระทู้ในเว็บพันทิป ยิ่งจับต้นชนปลายไม่ได้เลยว่า ประกันรถยนต์บริษัทไหนดี?กันแน่ บางความคิดเห็นก็ว่าประกันรถยนต์เมืองไทยประกันภัยดี บางความคิดเห็นก็ว่าไม่ดี ประกันคุ้มภัยดี บางความคิดเห็นก็บอกไม่ดี บ้างก็ว่าทิพยประกันภัยดี,บ้างก็ว่าไม่ดี บ้างก็ว่าอาคเนย์ประกันภัยดี.บ้างก็ว่าไม่ดี บ้างก็ว่าสินมั่นคงประกันภัยดี,บ้างก็ว่าไม่ดี ประมาณนี้เลยอ่านแล้วก็ไม่ได้คำตอบที่แน่ชัดเท่าไหร่เลย แต่ผู้เขียนแอบเห็นจำนวนความคิดเห็นของคนที่ชม วิริยะประกันภัย,กรุงเทพประกันภัย ว่าดี…เยอะกว่าไม่ดี

ต่อประกันรถยนต์ที่ไหนดี? ล่ะปีนี้…งึมๆ บ่นๆ

ดังนั้นผู้เขียนจึงตัดสินใจเลยทันทีว่าปีนี้ควรต่อประกันรถยนต์ที่ไหนดี?…ตอบ ผู้เขียนตัดสินใจต่อประกันภัยรถยนต์กับที่ บริษัทประกันภัยรถยนต์ เดิมที่เคยใช้บริการมาตั้งแต่ตอนซื้อรถยนต์ออมาครั้งแรกแล้ว เนื่องจากยังไม่เคยได้เคลมใดๆ ทำให้ค่าเบี้ยประกันรถยนต์ถูกลงทุกๆปี และที่สำคัญมีแต่คนชมว่าดี เคลมง่าย เคลมไว มากกว่าคนด่า ผู้เขียนจึงไม่ลังเลและสงสัยใดๆเลยทั้งสิ้นเลยเชียวล่ะ>>เปรียบเทียบบริษัทประกันภัยรถยนต์