ถอนตัวผู้กู้ร่วมทำได้อย่างไร?


ถอนตัวผู้กู้ร่วมทำได้อย่างไร?

การกู้ร่วมเมื่อผ่านมาสักระยะปัญหาหนึ่งที่ตามมา และทำให้หลายคนวิตกกังวลไม่น้อยก็คงจะเป็นเรื่องของการถอนตัวผู้กู้ร่วม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกรรมสิทธิ์จะตกเป็นของใคร  ความยุ่งยากในการดำเนินการ  ค่าใช้จ่าย หรือปัญหาต่าง ๆที่ทำให้ไม่สามารถกู้ร่วมกันได้อีกต่อไป วันนี้เราจะนำข้อมูลเกี่ยวกับ การถอนตัวผู้กู้ร่วมทำได้อย่าง ลองไปดูกันเลย 

ทำไมถึงต้องกู้ร่วม

  1. ความสามารถในการชำระหนี้  ก็คือรายได้ของผู้กู้ไม่เพียงพอต่อการกู้คนเดียว จึงต้องหาผู้กู้ร่วมเพื่อนำรายได้มาคำนวนช่วยในการผ่อน แบ่งผ่อนชำระตามสัดส่วน จะทำให้กู้ผ่าน ในวงเงินที่ต้องการ
  2. ความมั่นคงของรายได้ รายได้ของผู้กู้ไม่มีความแน่นอนมั่นคง อาจไม่มีเงินเหลือในการดำรงชีพ จึงจำเป็นต้องหาผู้กู้ร่วมมารับรองคือมีชื่อในโฉนดด้วย แต่ไม่ต้องนำรายได้มาใช้คำนวน แต่จะมีส่วนในการรับผิดชอบภาระหนี้หากเกิดการค้างชำระ
  3. คู่สามี-ภรรยา ที่ต้องการให้เป็นทรัพย์สินส่วนรวมอาจแจ้งความประสงค์ให้มีชื่อในโฉนดทั้งสองคนหรือต้องการช่วยกันผ่อนคนละส่วน จึงเลือกเป็นการกู้ร่วม
  4. กรณีชื่อที่ดินเป็นชื่อ พ่อ-แม่-พี่-น้อง  และไม่ได้มีการโอนชื่อก่อนการยื้นกู้กรณีกู้ปลูกสร้าง  จะต้องกู้ร่วมกับบุคคลที่มีชื่อเป็นเจ้าของโฉนด
  5. กรณีรีไฟแนนซ์มาจากที่อื่น ซึ่งเป็นการกู้ร่วมอยู่แล้ว และไม่อยากถอนตัวออก จึงต้องยื่นกู้เป็นกู้ร่วมเหมือนเดิม

สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดการถอนตัวผู้กู้ร่วมอาจเกิดจาก…

  1. สามีภรรยา หย่าร้างหรือเลิกลาจากกัน ซึ่งตอนยื่นกู้ยังไม่เกิดปัญหาแต่เมื่อผ่านไปซักพักเกิดมีปัญหาครอบครัวจนไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้บ้านจึงตกเป็นภาระของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นปัญหาให้เกิดการอยากจะถอดตัวผู้กู้ร่วมออก
  2. ความบาดหมางการทะเลาะมีปัญหากันระหว่างผู้กู้ร่วม ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือผู้กู้ร่วมต้องการจะไปซื้อบ้านอีกหลังเป็นของตัวเอง
  3. การเสียชีวิต เป็นเหตุไม่คาดคิดที่ผู้กู้ร่วมจะเสียชีวิตทำให้อยากจะถอดตัวผู้กู้ร่วมออก
ถอนตัวผู้กู้ร่วมทำได้อย่างไร?
ถอนตัวผู้กู้ร่วมทำได้อย่างไร? ภาพจาก https://pixabay.com

การถอดตัวผู้กู้ร่วมทำได้อย่างไร?

  1. ปรึกษาธนาคารที่ยื่นกู้ตอนแรก แจ้งความประสงค์ที่จะถอนตัวผู้กู้ร่วม
  2. ธนาคารจะพิจารณาว่าจะสามารถถอนตัวผู้กู้ร่วมได้ไหมโดยพิจารณาจาก
    • รายได้ของผู้กู้หลักว่ามีความสามารถที่จะผ่อนชำระคนเดียวได้หรือไม่  หากมีการผ่อนชำระมาเพียงไม่นานยอดจะไม่ลดลงอาจทำให้ยื่นกู้ไม่ผ่าน แต่หากยอดหนี้ลดลงเยอะหรือรายได้ผู้กู้เพิ่มมากขึ้นจนสามารถรับภาระได้คนเดียวก็สามารถยื่นขอถอนตัวผู้กู้ร่วมได้
    • ความพร้อมของผู้กู้ร่วม การขอถอนตัวจำเป็นมากที่ผู้กู้ร่วมต้องมาเซ็นยินยอมหากไม่มาก็ไม่สามารถยื่นคำร้องขอถอนตัวได้ แม้จะมีจดหมายแจ้งความมา เช่น กรณีสามี-ภรรยา ที่แยกทางกันอาจจากกันไม่ดีนักจึง ไม่ยอมมาเซ็นยินยอมให้ อย่างนี้ธนาคารก็ไม่สามารถทำเรื่องให้ได้และไม่สามารถช่วยอะไรได้เพราะธนาคารมองว่าตอนยื่นกู้ คุณยินยอมเซ็นด้วยความเต็มใจทั้งสองคนโดยไม่มีเรื่องของอนาคตเข้ามาเกี่ยวจึงทำให้เกิดปัญหาหากตกลงกันไม่ได้
    • กรณีผู้กู้ร่วมเสียชีวิต ก็เป็นเรื่องของทายาทที่จะมาดำเนินการแทน
  3. เมื่อได้รับการอนุมัติทุกอย่างลงตัวก็จะเป็นเรื่องของการยื่นคำร้องปกติเหมือนตอนยืนกู้ครั้งแรก สำหรับธอส.  มีการประเมินบ้าน เสียค่าประเมิน 1,900 -2,800 -3,100 ขึ้นอยู่กับราคาบ้าน  การทำนิติกรรม 1-2 พันบาท ค่าธรรมเนียมการถอนตัวประมาณ 5,000 บาท การทำนิติกรรมที่ที่ดิน เสียค่าจดจำนอง   คิดจากราคาประเมิณของกรมที่ดิน โดยคิดเฉพาะในส่วนของผู้กู้ร่วมเสมือนว่าผู้กู้ร่วมขายบ้านในส่วนของผู้กู้ร่วมให้ผู้กู้หลัก

การถอนตัวถือเป็นธุรกรรมที่มีความยุ่งยากในระดับหนึงและเสียค่าใช้จ่ายที่คอนข้างแพง  เพราะฉนั้นหากคุณคิดว่าอนาคตคุณอาจต้องถอนตัวผู้กู้ ออกจากโฉนด   หากคุณมีความสามารถที่จะกู้คนเดียวได้ก็แนะนำให้กู้คนเดียวจะดีกว่า  และหากจำเป็นต้องกู้ร่วมผู้กู้ก็ต้องจำใจยอมรับในปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมา

อ่านเรื่องแนะนำ