รู้ว่ากู้ซื้อบ้านผ่านแน่นอนในขั้นตอนไหน

รู้ว่ากู้ซื้อบ้านผ่านแน่นอนในขั้นตอนไหน

“ขั้นตอนการกู้ซื้อบ้าน” หลังจากยื่นกู้บ้านสิ่งที่ทุกคนอยากทราบที่สุดคือ จะกู้ผ่านไหมจะอนุมัติเท่าไหร่ และยอดที่ทราบมาจริงแท้แค่ไหน ซึ่งการยื่นกู้จะมีกระบวนการหลายขั้นตอน ซึ่งวงเงินที่พนักงานแจ้งในแต่ละขั้นตอนอาจเท่ากันหรือไม่เท่ากัน เท่ากับหรือลดลง ซึ่งทำให้หลายคนอดกังวลไม่ได้ว่าจริง ๆ แล้วยอดไหนกันแน่ที่ชัดเจน เพราะในการดำเนินการในแต่ละขั้นตอนต้องเสียทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาในการรวบรวมเอกสารต่าง ๆ ที่ขอมากเหลือเกิน  ซึ่งยังไม่ได้ผลที่แน่นอนว่าจะได้ตามที่ต้องการหรือไม่

ขั้นตอนต่าง ๆ ในการคำนวนที่จะทำให้เราทราบวงเงินกู้ ซึ่งจะมีกระบวนการดังนี้

  1. ในขั้นตอนแรกคือขั้นตอน Preapprove การประมาณการวงเงินเบื่องต้น โดยการนำรายได้และข้อมูลเครดิดมาคำนวน ซึ่งเป็นเพียงวงเงินประมาณการจากข้อมูลที่ผู้กู้ให้ ยังไม่ได้มีการตรวจเครดิต จนกว่าผู้กู้จะตัดสินใจยื่นกู้ ซึ่งหากผู้กู้บอกรายละเอียดค่าใช้จ่ายไม่หมดหรือไม่ทราบว่ามี วงเงินที่ทราบไปก็จะลดลง
  2. เมื่อผู้กู้ทราบวงเงินเบื้องต้นแล้วพอใจอยากจะลองยื่นกู้ดู ในขั้นตอนนี้จะมีการตรวจฐานข้อมูลภาระหนี้อื่น ๆ จากศูนย์ข้อมูลเครดิตบูโร และเมื่อทราบก็จะสามารถแจ้งยอดที่ผู้กู้สามารถกู้ได้ตามเกณฑ์รายได้ ได้อย่างชัดเจน
  3. ขั้นตอนต่อไปจะเป็นเรื่องของราคาประเมิน หลักของการยื่นกู้คือ ยึดราคาที่ต่ำกว่า ระหว่าง ราคาซื้อขาย ราคาประเมิน และเกณฑ์รายได้ ในขั้นตอนนี้ผู้กู้จะต้องเสียค่าประเมินขึ้นอยู่กับลักษณะบ้าน ต้องบอกก่อนว่าต้องเสี่ยงเอา เพราะการประเมินขึ้นอยู่กับบริษัทประเมินไม่สามารถบอกล่วงหน้าได้ เมื่อทราบราคาประเมิน นั้นหมายถึงผู้กู้จะทราบราคาทั้ง 3 ส่วนแล้วให้ยึดราคาที่ต่ำกว่า
  4. ขั้นตอนสุดท้ายขั้นตอนอนุมัติเป็นขั้นตอนที่ทราบวงเงินกู้ที่แท้จริง ตามสิทธิ์ที่ผู้กู้จะกู้ได้ เช่น 85% – 100% ก็จะนำราคาที่ได้มาคำนวณตามเปอร์เซ็นที่ผู้กู้สามารถกู้ได้ ขั้นตอนนี้ผู้กู้สามารถตัดสินใจได้เลยว่าจะทำนิติกรรมต่อหรือขอยกเลิกกรณีไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ซึ่งก็จะทำให้ผู้กู้เสียค่าประเมินไปฟรี ๆ และเสียเวลาในการเตรียมเอกสารนิดหน่อย อ่านเรื่อง>>การใช้สิทธิ์สวัสดิการกู้บ้านกับธอส. ทั้งพนักงานเอกชนและ เจ้าหน้าที่รัฐ
ขั้นตอนการกู้ซื้อบ้านตอนไหน
รู้ว่ากู้ซื้อบ้านผ่านแน่นอนในขั้นตอนไหน ภาพจาก https://pixabay.com

ในขั้นตอนต่าง ๆ ในกระบวนการการยื่นกู้ก็จะบอกยอดต่างกัน เพราะฉนั้นผู้กู้ควรเตรียมใจยอมรับความเสี่ยงในแต่ละช่วงของขั้นตอนหากตัดสินใจที่จะยื่นกู้แล้ว และ ไม่ควรปักธงไปเลยว่าจะได้ตามที่ต้องการ จนกว่าจะถึงขั้นตอนสุดท้าย เพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาภายหลัง ถึงความไม่ชัดเจนที่ทำให้คุณเสียเวลาในการยื่นกู้แล้วกู้ไม่ผ่านหรือไม่ได้ตามที่ต้องการ และเกิดมีปากเถียงหรือฟ้องร้องกัน

เรื่องแนะนำ